7 อุปนิสัยที่ฟรีแลนซ์ต้องมีถ้าอยากประสบความสำเร็จ

ปัจจุบัน “ฟรีแลนซ์” เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เด็กรุ่นใหม่ใฝ่ฝันอยากจะเป็น ด้วยวิถีชีวิตที่อิสระ ไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน 9 โมงเช้า เลิกงาน 6 โมงเย็น เหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป อยากตื่นกี่โมง ทำงานกี่โมงก็ได้ ไม่ต้องมีเจ้านายมาคอยสั่งงาน ใช้ชีวิตแบบชิลๆ สโลวไลฟ์ แบบที่คนอื่นอิจฉา ว่าไปแล้วก็ต้องขอบอกว่า “ตื่นค่ะ” เพราะการผันตัวมาเป็นฟรีแลนซ์นั้นไม่ได้ง่าย ไม่ได้หมูอย่างที่น้องๆ หนูๆ ทั้งหลายเพ้อฝัน ถ้าน้องไม่สตรองจริงๆ เส้นทางฟรีแลนซ์ก็นับว่าเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่โหดหินพอสมควร เพราะความที่ไม่มีเวลาเข้า-ออกงาน ไม่มีเจ้านาย ไม่มีเงินเดือน รับเงินเป็นจ๊อบๆ ทำให้ต้องใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังพอสมควร หากขาดวินัยและการวางแผนที่ดีก็ทำให้ชีวิตพังพินาศได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน

เพื่อที่จะยืนระยะได้ยาวในเส้นทางนี้ได้อย่างแข็งแกร่งนั้น สิ่งที่สำคัญคือการสร้างอุปนิสัยที่ดีให้กับตัวเอง แน่นอนว่าการสร้างนิสัยที่ดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งยังต้องอดทนและใช้ระยะเวลาในการสร้างพอสมควร แต่ถ้าทำได้ เราก็จะเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางสายฟรีแลนซ์ และนี่คือ 7 อุปนิสัยของฟรีแลนซ์ที่ประสบความสำเร็จ ที่อยากแชร์ให้เพื่อนๆ ได้ลองอ่านกันค่ะ
56b4248bc8da4-man-597178-resize

1. โปรโมทตัวเองให้เป็นที่รู้จัก

อย่างแรกที่ต้องรู้เลยคือ ไม่มีงานไหนเดินเข้ามาหาเราโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่เส้นทางสายฟรีแลนซ์ การจะได้รับความไว้วางใจจากผู้ว่าจ้างให้ทำงานสักจ๊อบหนึ่งจึงเป็นเรื่องยากไม่น้อย สิ่งสำคัญก็คือการสร้างโปรไฟล์ และโปรโมทตัวเองให้คนอื่นรู้จักเราเพิ่มมากขึ้น มีวิธีการนับไม่ถ้วนในการสร้างและโปรโมทโปรไฟล์ของคุณในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะทาง Social Network ซึ่งเป็นเครื่องมือในการโปรโมทตัวเองชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นทาง Facebook, Google+, Twitter

2. ตั้งสมาธิให้อยู่กับงาน

หากคุณเป็นฟรีแลนซ์ที่ทำงานที่บ้าน คุณควรจัดพื้นที่สำหรับทำงานและพักผ่อนแยกออกจากกันให้มากที่สุด พยายามจัดวางข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานไว้ที่อื่น เช่น โทรทัศน์, เกมส์คอนโซล เป็นต้น เพื่อทุ่มเทสมาธิไปที่การทำงานให้มากที่สุด (ไม่ควรทำงานในห้องนอน พึงระลึกไว้เสมอว่าเตียงคือหลุมดำที่มีแรงดึงดูดมหาศาล ควรอยู่ให้ห่างเอาไว้) แต่ถ้าคุณชอบที่จะหาที่นั่งทำงานนอกบ้าน เช่นร้านกาแฟ ก็ควรมองหามุมในร้านที่เงียบสงบและสามารถเพ่งสมาธิไปกับการทำงานได้มากที่สุด หากร้านกาแฟเงียบไม่พอ เราขอแนะนำให้คุณนั่งทำงานที่ Co-working Space ที่เป็นแหล่งรวมสำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์โดยเฉพาะ ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศของคนทำงานจริงๆ และเต็มไปด้วยคนเจ๋งๆ มากมาย

 

3. วางแผนการทำงานและลงมือทำงานทันที

หลังจากที่คุณได้มีการติดต่อพูดคุยกับลูกค้าเพื่อตกลงทำงาน และรับฟังความต้องการต่างๆ ของลูกค้าเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญถัดไปก็คือการวางแผนการทำงานและกำหนดเวลาสิ้นสุด เพื่อให้การทำงานเสร็จสิ้นตรงเวลาตามกำหนดที่ลูกค้าได้วางไว้ โดยการลงงานที่ต้องทำแต่ละอย่างออกมาทั้งหมดและจัดลำดับความสำคัญของงานแต่ละชิ้น ซึ่งจะทำให้คุณเห็นภาพรวมของงานทั้งหมด และช่วยให้คุณสามารถวางแผนการทำงานทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ถ้าคุณมีการวางแผนการทำงานที่ดีและสามารถทำได้ตามกำหนด ในเดือนหนึ่งๆ อาจทำให้คุณรับงานอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีกด้วย

4. หมั่นติดตามผลการทำงาน

เมื่อคุณทำงานเสร็จ และทำการส่งมอบงานให้ผู้ว่าจ้างเรียบร้อยแล้ว การสรุปผลการทำงานร่วมกับผู้ว่าจ้างก็เป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่คุณไม่ควรละเลย ซึ่งได้แก่การสอบถาม feedback ต่างๆ จากผู้ว่าจ้างหลังจากทำชิ้นงานสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพของงาน รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ รวมถึงจุดแข็ง-จุดอ่อนของงานที่เราทำ ซึ่งการติดตามผลการทำงานนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เรารู้ว่าเรามีเรื่องใดบ้างที่ต้องปรับปรุงแก้ไข แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความเป็นมืออาชีพของเราอีกด้วย ซึ่งทำให้ลูกค้าประทับใจ และกลับมาใช้บริการกับเราอีกหลายๆ ครั้ง

5. ใส่ใจในรายละเอียด

การที่ผู้ว่าจ้างจะเลือกใช้งานฟรีแลนซ์สักหนึ่งคน นอกจากการส่งมอบงานที่ตรงเวลาแล้ว ผู้ว่าจ้างจะต้องมั่นใจว่าเมื่อเลือกจ้างฟรีแลนซ์คนนั้นแล้วจะได้ผลงานที่มีคุณภาพ ตรงตามที่ได้คาดหวังไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ยิ่งไปกว่านั้นการส่งมอบงานที่มีคุณภาพสูง ไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวคุณเอง แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสในการทำงานกับผู้ว่าจ้างรายใหม่ๆ อีกด้วย เนื่องจากการจ้างงานในวงการฟรีแลนซ์ มักจะเกิดจากการบอกต่อของผู้ว่าจ้างด้วยกันเอง ใครดีใครแย่รู้ทั่วถึงกันหมด ฉะนั้นการใส่ใจในรายละเอียด จึงเป็นนิสัยหนึ่งซึ่งถ้าคุณมี จะทำให้คุณเป็นอีกคนหนึ่งที่สามารถประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้ได้อย่างแน่นอน

6. เรียกเก็บเงินอย่างมืออาชีพ

อย่าลืมออกใบแจ้งหนี้ให้กับลูกค้าหลังจากทำงานเสร็จสิ้นตามที่ได้รับมอบหมาย และควรรู้ระบบการจ่ายเงินของบริษัทที่คุณทำงานให้ ซึ่งส่วนมากมักจะกำหนดไว้ว่าจะจ่ายภายใน 30, 60 วัน หลังจากที่คุณส่งมอบงานและออกใบแจ้งหนี้ให้ (บางที่ออกใบแจ้งหนี้ให้แล้วจ่ายเงินเลยก็มี) การที่คุณเข้าใจระบบของแต่ละบริษัท จะทำให้คุณสามารถล่วงรู้ได้ว่าจะมีเงินเข้ามาเมื่อไหร่ และสามารถวางแผนบริหารการเงินได้ แต่ถ้าเกิดถึงเวลาแล้วเงินยังไม่เข้าบัญชี ก็อย่าลืมติดตามจากลูกค้าอีกครั้ง ถ้าไม่อยากทำงานฟรีน่ะนะ

7. หมั่นสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า

การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าที่แข็งแกร่งในระยะยาว คือกุญแจดอกสำคัญที่สุดในการนำพาไปให้คุณสามารถประสบความสำเร็จในการเป็นฟรีแลนซ์ได้ ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่ทำงานได้มีคุณภาพดี ส่งงานตรงเวลา แต่มนุษยสัมพันธ์แย่ ลูกค้าก็คงไม่อยากจ้างงานคุณเท่าไหร่นัก (ลองนึกภาพตาม เวลาที่คุณต้องทำงานกับคนหงุดหงิดง่าย โมโหง่าย ว่ามันน่าเหนื่อยใจมากแค่ไหน) ซึ่งการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า จะเป็นประตูไปสู่ลูกค้าคนใหม่ๆ ได้จากการบอกต่อของลูกค้าคนแรกๆ ที่คุณได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีไว้ ซึ่งนอกจากจะเกิดดีลงานกันอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังทำให้มีงานไหลเข้ามาเรื่อยๆ จากลูกค้าคนใหม่ๆ นำไปสู่งานที่มั่นคงและรายได้ที่มากขึ้นนั่นเอง
cr.freelancebay.com